ลูก 3 กับการ ซาว เพราะจำเป็น 
Saturday, June 21, 2008, 10:22 PM - ต้องรู้ให้ทัน


....... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเพลงแต่อย่างใด แล้วก็ไม่เกี่ยวกับเครื่องเสียงด้วย เดี๋ยวจะคิดว่าจะมาแนะนำกันด้วยเรื่องของระบบเสียง แต่ที่ว่านั่นคือ การตรวจร่างกายของผู้ตั้งท้อง ด้วยระบบอุตตร้าซาวนั่นเอง เรียกว่า เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก็ก้าวไปไกลมากๆ จนบางคนตามไม่ทัน บางคนก็ไปเร็วกว่าเทคโนโลยี เรียกว่าไปยืนรอเทคโนโลยีอยู่ข้างหน้าเลย ก็เอาเป็นว่า สำหรับสตรีที่กำลังตั้งท้องนั้น เดี๋ยวนี้จะมีการดูแลสุขภาพ และรับประกันความเสี่ยงจากการคลอดลูกด้วยการฝากท้อง และเมื่อถึงเวลาก็ต้องทำอุตตร้าซาวด์ ซึ่งตรงนี้ก็มีประโยชน์ทางการแพทย์ ก็ไม่ได้ผิดแต่อย่างใดสำหรับแพทย์ แต่สำหรับพ่อแม่แล้ว ดูจะไม่ค่อยดีซักเท่าไรนัก ซึ่งตัวเราเองก็โชคดีที่พอมีประสบการณ์ในเรื่องนี้อยู่บ้าง ก็ 3 คนแหล่ว ที่ว่าไม่ดีนั่น ไม่ใช่เรื่องทางเทคนิค แต่ไม่ดีตรงที่เราได้รู้เพศเด็กก่อนเวลาคลอด ได้รู้เร็วเกินไปทั้งๆ ที่ไม่ควรรู้

....... การที่รู้เพศของลูก ก่อนที่ลูกจะเกิด สิ่งเหล่านี้จะไปทำลายภาพเดิมๆ ของเราหมด ทำให้ความสุขบางอย่างที่เคยมีมันหายไป
1. ความคาดหวัง ทั้งความคาดหวังของผู้เป็นพ่อแม่ และความคาดหวังจากญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน ที่มีความสุข สนุกกับการทายเพศของเด็กในท้อง บ้างก็ให้ไปเด็ดใบไม้ ดอกไม้ มาให้เขา แล้วเขาก็ทายว่าเป็นหญิงหรือชาย ถูกมั่งผิดมั่ง ก็สนุกสนานกันไป ซึ่งการรู้เพศเด็กก่อน ภาพตรงนี้จะถูกทำลายไป

2. ความเชื่อ การยึดมั่นตามหลักศาสนาของแต่ละคน เป็นเข้าใกล้กับศาสนา เป็นการร้องขอลูกชาย หรือลูกสาว ซึ่งในการปฏิบัติแบบนี้ ก็ทำให้ผู้เป็นพ่อแม่มีความอิ่มอกอิ่มใจไปด้วย

นอกจากหัวข้อดังกล่าวแล้ว ยังมีผลต่อความรู้สึก ประสบการณ์ หลายๆ อย่างอีกด้วยครับ

....... ซึ่งวิธีที่แนะนำก็คือ ไม่ต้องซงต้องซาวมัน เง้ออออ ไม่ใช่ครับ ก็ซาวตามปกติแหละครับ แต่บอกกับหมอก่อนว่า ไม่ต้องการรู้เพศ คือ หมอจะรู้ก็รู้ไป แต่ไม่ต้องบอกกับเรา แค่นี้เองครับ ง่ายๆ

add comment ( 57 views )   |   ( 3 / 109 )

bad ของไม่ดี 
Monday, April 21, 2008, 03:45 PM - ต้องรู้ให้ทัน
....... หลายๆ ครั้ง เวลาที่เราเลือกซื้อของ บางคนซื้อมาแล้วก็ถูกใจ บางคนซื้อมาแล้วก็ไม่ถูกใจ แล้วก็พาลโทษของว่ามันไม่ดี ไม่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานที่เราต้องการ บางทีถึงขั้นประสาทกิน หาว่าโดนคนขายมันหลอก หรือไม่ก็โทษโชคชะตา ที่ว่าดวงซวยซื้อของไม่ดีอย่างที่คิด ท้ายที่สุดเดี๋ยวก็ไปโทษแก้สโซฮอล์ ปัญหาเหล่านี้มันเกิดจากอะไร

1. ตัวสินค้าไม่ดี คือ เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานต่ำอยู่แล้ว แล้วปกติก็ขายไม่ได้อยู่แล้ว พอได้โอกาสมีงานขายสินค้าราคาถูก ผู้จัดจำหน่าย ก็จะรีบนำสินค้านี้มาลดราคา แล้วยังบอกว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าในราคาถูก แต่มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ เรื่องของระยะเวลาในการรับประกันสินค้า จะน้อยกว่าปกติ

2. คนขายหลอกขาย เรื่องของพนักงานขายสินค้า ก็มีผลต่อการตัดสินใจในการซื้อสินค้าพอสมควร ยิ่งถ้าคุณไม่ได้หาข้อมูลเอาไว้ก่อน พนักงานขายจะว่าอย่างไรก็ต้องเชื่อหมดแหละครับ แต่จะว่าไปแล้ว จะไปว่าพนักงานขายก็ไม่ได้ เพราะเขาเองก็ต้องทำยอด แล้วนี่ก็ถือเป็นงานของเขา แต่ก็ไม่ใช่พนักงานขาย จะปั้นน้ำเป็นตัว โม้ ให้เราฟังแบบไร้สาระนะครับ ส่วนมากข้อมูลของพนักงานขาย จะมาจากบริษัทผู้ผลิตนั่นแหละ หรือเอาง่ายๆ ว่า ท่องแคทตาล็อกมาเล่าให้เราฟังอีกที ซึ่งก็ต้องเป็นข้อดี หรือเฉพาะด้านดีของสินค้านั้นๆ เท่านั้น ดังนั้น เราควรหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่เราต้องการซื้ออย่างละเอียดจะดีที่สุดครับ ยิ่งได้ทั้งด้านดี และด้านเสียด้วยจะยิ่งดี เพื่อง่ายต่อการติดสินใจ

3. ซื้อผิดชนิด ใช้เครื่องมือผิดประเภท ข้อนี้ก็ถือเป็นข้อที่สำคัญ ไม่น้อยไปกว่าข้ออื่นๆ เพราะบางครั้ง สินค้าก็ไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่คนใช้ ก่อนเลือกซื้อสินค้าควรทำความเข้าใจกับสินค้านั้นๆ ว่ามีความสามารถอย่างไร แล้วมันคืออะไร ต้องยอมรับในความสามารถของมัน แล้วพิจารณาดูว่า มันเหมาะสมกับที่เราจะใช้งานหรือไม่ ยกตัวอย่าง เช่น คุณต้องการโน้ตบุ้คซักเครื่องนึง แต่ดันเจอกับเครื่อง PDA ซึ่งมีความสามารถคล้ายๆ กัน สามารถ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ต่อเน็ต ลง OS ได้เหมือนกัน แถมมีขนาดเล็กกว่าด้วย ด้วยจินตนาการอันล้ำเลิศ ก็เลยซื้อ PDA ตั้งใจว่าจะเอามาใช้แทนโน้ตบุ้ค แบบนี้บรรลัยล่ะครับ


2 comments ( 282 views )   |   ( 2.8 / 94 )

ปัญญา ไม่ใช่ โชค 
Monday, March 17, 2008, 10:25 AM - ต้องรู้ให้ทัน
....... มีชายคนหนึ่ง เดินเข้าไปในบาเบียร์ เขาได้นำแก้วใบหนึ่ง วางไว้บนโต๊ะอีกโต๊ะหนึ่ง อยู่ห่างจากเขาพอสมควร จากนั้นเขาได้ท้าพนันกับเจ้าของบาเบียร์ ว่าเขาจะฉี่ให้ลงแก้วที่วางไว้ เจ้าของบาเบียร์ตกลงรับคำท้า โดยวางเดิมพันกันถึง 200 เหรียญ จากนั้นชายคนนั้น ก็ล้วงเอาไอ้จ้อนของเขาออกมา เขาเล็งแล้วเล็งอีก จากนั้นเขาก็ฉี่ เขาฉี่ไม่เป็นทิศทาง กระจายไปทั่ว เรียกว่าทั่วทั้งร้านเลย แม้แต่เจ้าของบาเบียร์ก็โดนเขาฉี่ใส่ เมื่อฉี่เสร็จแล้ว เจ้าของบาเบียร์หัวเราะ พร้อมกับพูดว่า เจ้านี่ฉี่โดนทุกอย่างหมดแล้ว ยกเว้นแก้ว เจ้าของบาเบียร์กล่าว พร้อมกับความชอบใจ เพราะเป็นฝ่ายชนะพนัน และจะได้เงินตั้ง 200 เหรียญ ชายคนนั้นหลังจากแพ้พนันแล้ว ก็บอกเจ้าของบาเบียร์ให้รอซักครู่ พร้อมกับชี้ไปที่เพื่อนของเขาที่ยืนดูอยู่นอกร้าน ชายคนนั้นเดินออกจากบาเบียร์ไป เขาเดินตรงไปที่เพื่อน เขานำเงินจากเพื่อนของเขามาให้เจ้าของบาเบียร์ พร้อมกับเสียงหัวเราะ เจ้าของบาเบียร์ถามเขาว่า รู้สึกดีใจที่ได้เสียเงินหรือ เขาตอบกลับว่า เขาดีใจต่างหากที่เขาได้เงิน เขาชนะพนันเพื่อนของเขา จากนั้นเขาจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าของบาเบียร์ฟัง เรื่องมีอยู่ว่า เขาพนันกับเพื่อนของเขา ด้วยเงิน 300 เหรียญว่า เขาจะเดินเข้ามาในบาเบียร์แห่งนี้ พร้อมกับฉี่ใส่ร้าน รวมถึงเจ้าของร้านด้วย โดยที่เจ้าของร้านไม่โกรธ ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จ เขาชนะพนันเพื่อน แล้วมาจ่ายค่าเสียพนันเจ้าของบาเบียร์ แต่อย่างน้อยๆ เขาก็เหลือเงินอีก 100 เหรียญ โดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย


add comment ( 41 views )   |   ( 3 / 330 )

Public Relations ความยิ่งใหญ่ 
Sunday, January 13, 2008, 05:04 PM - ต้องรู้ให้ทัน
ความยิ่งใหญ่ การได้รับการยอมรับ การเป็นที่นิยมยกย่อง ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกใช้วิธีใด ในการสร้างความยิ่งใหญ่ หรือความสำเร็จของคุณ

1. บอกให้โลกรู้ ถึงความเป็นเรา นั่นคือ ป่าวประกาศก้อง ให้โลกได้รู้ว่า เราได้ทำสิ่งใดลงไป เรามีความสามารถมากเพียงใด เพื่อให้พวกเขาได้ตระหนักถึง ความสำเร็จของเรา

2. ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลก นั่นแหละ จะบอกถึงความยิ่งใหญ่ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีใดก็ตาม แต่ว่า ทั้ง 2 วิธีนี้ ไม่สามารถที่จะทำงามร่วมกันได้


add comment ( 49 views )   |   ( 3 / 266 )

Unusual 
Monday, November 19, 2007, 09:39 AM - เรื่องเล่า ความจริงที่โกหก
ทุกๆ เช้า ที่เราตื่นขึ้นมา มีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนไป มันจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเริ่มที่จะผิดไปจากเดิม บางสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่ควรจะเป็น ในขณะที่คนอื่นๆ กลับไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง มีเรื่องไม่คาดคิดต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย เรื่องร้ายแรงกลายเป็นเพียง เรื่องปกติทั่วไป เรื่องเล็กๆ กลับถูกนำมาเป็นเรื่องใหญ่ เรารู้สึกกลัว และหนาวเหน็บ ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน กับใครกันแน่ แต่อย่างน้อย ก็ยังดีที่เรารับรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เราได้เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ และครุ่นคิด หรือว่านี่คือโชคร้ายของเรา ที่เราไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง เราเหมือนถูกปล่อยเดี่ยวจากทุกสิ่ง ไม่ว่าข้างกายจะเป็นอะไร เราก็ยังคงอยู่กับความเหงาเหมือนเดิม ความดีที่ได้ทำ ทำไปเพราะรู้ว่ามันดี แต่วันนี้ ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ความดีคือเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง อยู่ด้วยความจริงทำให้สูญเสีย หลอกลวงเป็นสุดยอดของน้ำใจ คนดีกำลังกลายเป็นคนผิด คนซื่อสัตย์กลับต้องถูกประณาม ว่าคิดไม่ซื่อ อะไรกันแน่คือต้นตอของการเปลี่ยนแปลง ครุ่นคิด ค้นหาคำตอบเป็นเวลานาน จนทำให้ลืมที่จะคิดไปเสียแล้ว หากจะหยุดทุกสิ่งทุกอย่าง เห็นว่าคงมีทางเดียว คือ การปล่อยวางจากสิ่งต่างๆ อย่าได้ไปวิ่งตามมันเลย หยุด แล้วครุ่นคิด


add comment ( 7 views )   |   ( 3 / 314 )

คนรวย คนจน 
Thursday, September 20, 2007, 11:25 AM - ต้องรู้ให้ทัน
คนรวย คือ บุคคลที่มั่งมีไปด้วยทรัพย์สิน เงิน ทอง ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า ในสังคมนั้นๆ ได้ให้นิยาม ความหมาย ของคำนี้ เอาไว้อย่างไร เอาเป็นว่า ในสังคมบ้านเรา ที่รู้ๆ กันอยู่ คนรวย ก็คือคน ที่มีเงินมากมาย กล่าวคือ ทำตัวเป็นนักสะสมที่ดี มีการสะสมทรัพย์สมบัติไว้เป็นจำนวนมาก ทำทุกอย่าง เพื่อกระลายพิมพ์ ที่เรียกว่า เงิน

คนจน คือ คนที่ไม่มีเงิน หรือทรัพย์สิน หรือมี แต่ก็น้อย นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกความจนของเขา โดยไม่ได้วัดจากสิ่งอื่น และแน่นอน บางครั้งคนที่ขยัน และอดทน ก็อาจจะเป็นคนจนก็ได้

ในสังคมนี้ มีทั้งคนรวย และคนจน ซึ่งสังคมแต่ละสังคม มักจะพยายามกีดกันซึ่งกันและกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ทั้งคนรวย และคนจน ต่างก็ต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกันในสังคม หากแต่เพียงกว่า คนรวยเท่านั้น ที่มักจะคิดว่า ตนเองนั้นอยู่เหนือคนจน และไม่จำเป็นใดๆ ที่จะต้องไปพึ่งพาคนจน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ทั้งสองฝ่าย ต่างก็ต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะในเรื่องของ หน้าที่ การงาน ธุรกิจ

การพึ่งพา ระหว่าง คนรวย และ คนจน ในธุรกิจ
1. สำหรับคนจนนั้น นั่นหมายถึงการทำงาน การได้รับค่าจ้าง เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยยังชีพ พวกเขาต่างก็ต้อง รู้ตัวตลอดว่า ต้องทำงานเพื่อแลกกับเงิน รู้ว่า หากตนเองไม่ทำงาน หรือ ไม่สามารถทำงานได้บรรลุ ตามที่ได้รับมอบหมาย ก็อาจจะไม่ได้รับเงิน หรือ กล่าวง่ายๆ ว่า พวกเขารู้ตัวดีกว่า คนที่จ่ายเงินให้เขานั้น ต้องการอะไร

2. สำหรับคนรวยนั้น นั่นหมายถึง ธุรกิจ และแน่นอน ความหมายของธุรกิจ ที่พวกเขายึดติดมาช้านาน ก็คือ การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ หรือ การดำเนินกิจกรรม อย่างใด อย่างหนึ่ง โดยมุ่งหวังผลกำไร หรือ เงิน เป็นเป้าหมายสูงสุด นั่นคือหลักๆ ของธุรกิจ ซึ่งก็ไม่ยากเกินไปนัก สำหรับคนรวย ที่จะคิดได้ว่า ทำอะไรก็ได้ ที่ได้เงิน ได้กำไร โดยไม่ผิดกฏหมาย แต่สิ่งหนึ่งที่คนรวยไม่เคยคิด หรือไม่กล้าคิด ก็คือการเติมประโยคต่อท้าย ในนิยามของธุรกิจว่า โดยไม่ขัดต่อหลักศีลธรรมอันดีงาม และคงคุณค่าของความเป็นคน คนรวยมักจะมองคนจน แต่เพียงว่า ทำงานได้ตน แล้วจ่ายเงิน เท่านั้นก็พอ โดยที่ไม่ได้คิดว่า คนที่เขาทำงานให้เรานั้น แท้จริงเขาต้องการอะไร

ในความเป็นจริงในสังคม คนจนต้องตกเป็นเหยื่อทางธุรกิจของคนรวย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ที่คนจนต้องทำงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ในขณะที่บางครั้ง ธุรกิจนั้นๆ เรียกว่า แทบจะดำเนินกิจการได้ ก็เพราะ แรงงานของคนจน หากไม่มีพวกเขา ธุรกิจนั้นๆ ก็อาจจะล่มสลายลงก็ได้ ทั้งๆ ที่คนจน มีความสำคัญต่อระบบธุรกิจขนาดนี้ แต่พวกเขา ก็ยังมิวายที่จะถูกมองข้าม เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขายังถูกเอาเปรียบ ด้วยระบบธุรกิจของคนรวย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ที่คนรวยไม่เห็นค่าดังที่ได้กล่าวมา พวกคนจนยังต้องพบกับ การถูกเอาเปรียบในชีวิตประจำวันต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไปจับจ่ายซื้อของ ซึ่งบางครั้ง คนจนก็แทบจะไม่มีเงินอยู่แล้ว ก็ยังต้องเสียเงินส่วนต่าง ที่เรียกว่ากำไร ให้กับคนรวยๆ ที่เปิดร้านค้าอีก หากพิจารณาดูดีๆ จะพบว่า พวกคนจนนั้น ตกเป็นเหยื่อทางธุรกิจของคนรวย

คนรวย คนรวยมีไว้เพื่ออะไร แล้วจะรวยไปทำไม หากมองจากความเป็นจริง ก็จะพบว่า รวยเพื่อไว้ทำธุรกิจกับคนจน ไว้เอาเปรียบกับคนจน รวยเพื่อเอากำไร กับคนจน เพราะกับคนรวยด้วยกัน ก็กลายเป็นคู่แข่งกัน นั่นคือคนรวยที่เราๆ ท่านๆ สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในสังคม

หากแต่ความจริงแล้วนั้น คนรวย ในความหมายที่ถูกต้อง คนรวย คือคนที่มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินต่างๆ โดยสิ่งเหล่านั้น ล้วนมาจากคนจน ดังนั้น คนรวย จึงเป็นคนที่อยู่ในฐานะที่ควรให้การช่วยเหลือคนจน มิใช่เอากำไรจากคนจน การที่เรามีเงินมากกว่าคนจน ไม่ใช่หมายความว่า เราอยู่ในฐานะที่เหนือกว่าเขา และต้องเอากำไรจากเขา แต่นั้น หมายถึงว่า เรานั้นอยู่ในฐานะที่สามารถ โอบอุ้ม ช่วยเหลือคนจนได้ ตามอัฐภาพของเรา การทำธุรกิจของเรา จึงต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดกันใหม่ นั่นคือ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน คนจนที่ไม่มีเงิน ต้องการเงิน ในขณะที่คนรวยมีเงิน แต่ไม่มีฝีมือ ไม่มีแรงงานมากพอ จึงนำเงินที่มีอยู่ ให้กับคนจน เพื่อขอให้คนจนช่วยทำงานให้ ทุกแรงงานล้วนมีค่าด้วยกันทั้งสิ้น

ผู้ที่ไม่เอารัดเอาเปรียบคนจน หรือคนที่อยู่ต่ำกว่าตน และคอยให้การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ตามอัฐภาพ ตามกำลังที่สามารถช่วยเหลือได้ รู้ว่าฐานะที่ตนมีนั้น ไม่ใช่ไว้เพื่อเอาเปรียบ หรือ รังแกผู้ที่ด้อยกว่า หากแต่ฐานะนั้นมีไว้เพื่ออุ้มชูผู้ที่ด้อยกว่า รู้คุณค่าของผู้ที่ด้อยกว่า คอยเป็นปากเป็นเสียงให้กับคนจน นั้นแหละ ถึงจะเป็นคนรวยที่แท้จริง



add comment ( 4 views )   |   ( 3 / 304 )

เจ้าตัวกลม Ball Story 
Saturday, September 1, 2007, 09:09 AM - เรื่องเล่า ความจริงที่โกหก
เจ้าตัวกลม เป็นลูกกลมๆ ตัวเล็ก มันถูกทำมาจากยาง เจ้าตัวกลมอาศัยอยู่ในร้านขายของแห่งหนึ่ง มันมักจะอวดอ้างถึงความรวดเร็วของมัน เพราะว่ามันกลม อีกทั้งทำด้วยยาง จึงทำให้มันสามารถเคลื่อนที่ ไปบนชั้นวางของ ได้อย่างรวดเร็ว วันหนึ่งมันเด้งผ่านยาเม็ด มันก็อวดอ้าง พร้อมกับเยอะเย้ย ยาเม็ด "ดูแกซิ ตัวแกมันช่างแบนจริง ไปไหนมาไหนคงอึดอาดน่าดูนะ ไม่เหมือนฉันที่เด้งได้ ฉันเคลื่อนที่อย่างว่องไว" ยาเม็ดจึงตอบเจ้าตัวกลมไปว่า "ฉันมีญาติเป็นลูกฟุตบอล เขาเร็วกว่านายแน่ ลองไปแข่งกับเขาดูซิ"

ในไม่ช้าเจ้าตัวกลมก็เด้งออกไปนอกร้าน ไปที่สนามหญ้าไปท้าแข่งกับลูกฟุตบอล โดยมีเงื่อนไขว่า ให้ออกตัวจากประตูอีกฝั่งหนึ่ง ไปถึงประตูอีกฝั่งหนึ่ง ใครถึงก่อนชนะั เจ้าตัวกลมรับคำท้าอย่ากล้าหาญ ทันทีที่ออกตัว ปรากฏว่า ด้วยพื้นสนามที่เป็นหญ้า เจ้าตัวกลมที่เป็นยางกลมๆ เล็กๆ วิ่งไปได้ช้ามาก แถมไม่สามารถเด้งได้สูง เหมือนพื้นในร้านค้าด้วย ในที่สุดมันก็แพ้ต่อฟุตบอล เจ้าตัวกลมจึงขอว่า "ลูกฟุตบอล เธอช่างเร็วจริงๆ ฉันอยากเร็วอย่างเธอบ้าง ขอให้ฉันเป็นลูกฟุตบอลด้วยได้ไหม" และแล้ว มันก็ได้รับ พรวิเศษที่เปลี่ยนมันเป็นลูกฟุตบอล

เจ้าตัวกลม ที่อยู่ในร่างใหม่ ร่างของฟุตบอล มันก็ได้ยะโสโอหัง ขึ้นอีกมาก มันได้ไปพบกับ ลูกแก้ว ที่เด็กๆ ใช้เล่นกัน มันจึงเยอะเย้ย และท้าลูกแก้ว แข่งกับมัน สนามที่ใช้ในการแข่งขันคือ จากท่อระบายน้ำ ใครออกสู่แม่น้ำได้ก่อน ฝ่ายนั้นชนะ ด้วยความใหญ่ของฟุตบอลทำให้เคลื่อนที่ได้ช้ามาก ในท่อระบายน้ำ ในขณะที่ลูกแก้ว สามารถกลิ้งไปได้เร็วมาก อีกทั้งยังสามารถลัดตามช่องแคบต่างๆ ได้อีกด้วย อนิจจา เจ้าตัวกลมต้องพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้งหนึ่ง มันจึงขอ ด้วยความเร็วของลูกแก้ว ขอให้มันเป็นลูกแก้วเถิด แล้วมัีนก็ได้รับพรนั้นอย่างสมใจ

ในตอนนี้ เจ้าตัวกลมได้กลายเป็นลูกแก้วไปแล้ว ตอนนี้มันอยู่ที่ปลายสุดของท่อระบายน้ำ ที่เป็นจุดสั้นสุดการแข่งขันของมัน กับลูกแก้ว มันนั่งมองสายน้ำที่ไหลไปอย่างช้าๆ ในทันใดนั้น มันก็ตะโกน ท้าแข่งกับสายน้ำ "โอ้สายน้ำเอ๋ย ฟังถ้าเถิด ตัวข้า คือ ผู้ที่เร็วที่สุดบนแผ่นดินนี้ มาแข่งกับข้าเถิด" สายน้ำรับคำถ้่าของเจ้าตัวกลม โดยใช้ลำธารเป็นสนามแข่ง ใครสามารถรอดใต้สะพานไม้ ที่อยู่ข้างหน้าได้ ถือว่า ชนะ เจ้าตัวกลมที่เวลานี้กลายเป็นลูกแก้ว เมื่อมันโดดลงในสำธาร มันก็ได้จมดิ่งลง และถูกดินโคลนดูดไว้ จนมันไม่สามารถคลื่นที่ได้ ชัยชนะ จึงตกเป็นของสายน้ำ แล้วเจ้าตัวกลม ก็ไม่ช้าที่จะขอให้มันกลายเป็นสายน้ำ มันก็ได้รับพรน้ันอีกครั้ง

เจ้าตัวกลมที่เป็นสายน้ำ ไหลอย่างสบายใจ มันไหลผ่านซอกหิน ผ่านลำธาร ผ่านน้ำตก และที่ทำให้มันมีความสุขที่สุด ก็คือมันคิดว่ามันคือผู้ที่เร็วที่สุด วันหนึ่งขณะที่มันกำลังไหลอย่างสบายใจ มันได้พบกับสายลม ที่พัดมากระแทกมันอย่างแรง เจ้าตัวกลมไม่รอช้าที่จะ ร้องท้าแข่งกับสายลม "ใครที่ออกสู่ทะเลได้ก่อน คนนั้นเป็นฝ่ายชนะ" เจ้าตัวกลมไหลไปอย่างรวดเร็วตามลำธาร เลี้ยวซ้ายที ขวาที ในขณะที่ สายลม พัดผ่านต้นไม้ ผ่านป่า เหมือนเส้นตรง และสามารถออกสู่ทะเลได้ก่อนมัน ในเมื่อมันแพ้ให้กับสายลม มันจึงขอพร เพื่อจะให้ตัวมันเป็นสายลม "โอ้สายลม โปรดประทานพร ให้ข้า เป็นแบบท่านด้วยเถิด" สายลมตอบว่า "ข้าพัดผ่านในหลายๆ ที่ ข้าได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย และข้ารู้ดีว่า ข้าไม่ใช่ผู้ที่เร็วที่สุด อย่างที่เจ้าเข้าใจหรอก แสงต่างหาก แสงจากพระอาทิตย์ คือผู้ที่เร็วที่สุด" เจ้าตัวกลมตัดสินใจ ไปหาพระอาทิตย์ และขอต่อพระอาทิตย์ให้มันเป็นแสง และมันก็ได้รับพรนั้นจากพระอาทิตย์ บัดนี้เจ้าตัวกลมได้กลายเป็นแสงไปแล้ว

หลังจากที่เจ้าตัวกลมเป็นแสง มันก็ออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก มันได้ท้าแข่งกับผู้อื่นมากมาย และมันก็ได้รับชนะมาตลอด มันคิดเสมอว่า โลกนี้คงไม่มีใครเร็วเท่ากับมันอีกแล้ว มันได้ท้าแข่งกับม้าแข่งที่เร็วที่สุด แข่งกับสายฝน แข่งกับแรงดึงดูด แม้แต่เสียง ก็ยังแพ้ให้ักับเจ้าตัวกลมที่กลายเป็นแสง เจ้าตัวกลมจะท้าแข่งกับทุกสิ่งทุกอย่างที่มันได้พบ

วันหนึ่งเวลาประมาณ 3 โมงเย็น ด้วยความที่มันเป็นแสง มันจึงสามารถสอดส่อง เข้าไปในบ้านของผู้อื่น ผ่านทางหน้าต่างได้ วันนี้มันได้เข้าไปในห้องของผู้เฒ่าคนหนึ่ง ผู้เฒ่าคนนึ้ ทุกคนในหมู่บ้านจะเรียกว่า นักปราช หรือผู้รู้ เมื่อเจ้าตัวกลมเข้าไปในห้องของนักปราชแล้ว มันเห็นนักปราชกำลังเขียนหนังสืออยู่บนโต๊ะทำงาน มันจึงท้ายนักปราชใ้ห้แข่งกับมัน นักปราชตอบว่า "ท่านผู้เป็นแสง ท่านผู้อยู่บนฟากฟ้า เวลานี้ของให้ข้าทำงานของข้าให้เสร็จก่อนได้ไหม" เจ้าตัวกลม ตกลงที่จะรอ เมื่อนักปราชเขียนหนังสือเสร็จ ก็นำเอาหนังสือเล่มนั้นวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ตกลงรับคำถ้าของเจ้าตัวกลมผู้กลายเป็นแสง โดยมีกติกาในการแข่งว่า เวลา 6 โมงเช้า จุดเริ่มต้นจะอยู่ที่นอกเมือง ใครก็ตาม ที่เข้ามาถึง หนังสือเล่มนี้ได้ก่อน จะเป็นฝ่ายชนะ

เมื่อถึงเวลา 6 โมงเช้า เจ้าตัวกลมก็มารอยู่ที่นอกเมือง ในขณะที่นักปราชกำลัง ขี่ลา ออกจากบ้านไปยังจุดเริ่มต้น ระหว่างทางนักปราชได้แวะคุย สนทนา แก้ปัญหาต่างๆ ให้ชาวบ้านไปเรือย เจ้าตัวกลม จึงร้องเรียกจากฟากฟ้าว่า "นี่ก็ 6 โมงเช้าแล้ว ข้ามาอยู่ที่จุดเริ่มต้นแล้วนะ หากท่าน ยังมาไม่ถึง ข้าจะออกตัวก่อนนะ" นักปราชได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มรับ พร้อมกับพยักหน้า ทันทีที่เจ้าตัวกลมออกตัว มันได้พุ่งทยานด้วยความเร็วสูง แต่ทว่า มันไม่สามารถ เข้าไปที่หนังสือเล่มนั้นได้ เพราะว่า มีชั้นหนังสือวางขวางอยู่ ทำให้หนังสือเล่มนั้นอยู่ในเงามืดพอดี เจ้าตัวกลมคงต้องรอให้ถึง 3 โมงเย็น แบบเมื่อวาน ให้พระอาทิตย์ไปอยู่ทางทิศตะวันตก ถึงจะสามารถเข้าไปถึงหนังสือได้ ขณะเดียวกัน นักปราชก็ได้ไปถึงจุดเริ่มต้นสำหรับออกตัว นักปราชได้นั่งพักสักครู่ ก่อนจะขี่ลาของเขากลับมาที่ห้องอย่างไม่รีบร้อน เขาค่อยๆ นำมือมาวางบนหนังสือ พร้อมกับหยิบหนังสือเล่มนั้น ออกมาจากเงามึด เป็นการส่งสัญญาณให้เจ้าตัวกลมได้รับรู้ว่า มันได้รับความพ่ายแพ้

การพ่ายแพ้ครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับเจ้าตัวกลมเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่เคยแพ้ใครมานานมากแล้ว แ้ละมันก็รู้ดีว่า แสงคือสิ่งที่เร็วที่สุด มันจึงขอกับนักปราชว่า "ขอให้ฉันเป็นท่านได้ใหม หรือให้ฉันเป็นสิ่งใดก็ได้ที่เร็วที่สุด" นักปราชจึงตอบเจ้าตัวกลมไปว่า "เจ้าไม่จำเป็นต้องเร็วที่สุดหรอก" พร้อมกันนี้ นักปราชยังได้สอน ให้เจ้าตัวกลมรู้สำนึกด้วยว่า "การเดินทาง การเคลื่อนที่ ที่ผ่านมา เจ้าไม่ได้คิด ไม่ได้พิจารณาบ้างหรือ บางครั้งการเคลื่อนที่ก็ไม่จำเป็นต้องเร็วที่สุด น้ำเคลื่อนที่ไม่ใช่เพื่อความเร็วที่สุด แต่เพื่อการเจริญเติบโตของพฤกษาตามรายทางที่ได้ผ่านมา ลมไม่ได้คลื่นที่เพราะต้องการความเร็วที่สุด แต่เพื่อการเปลี่ยนแปลงของฤดู นกไม่ได้บินเพื่อหวังความเร็วที่สุด แต่เพื่อหาอาหาร และเพื่อความอยู่รอด บอลของเล่นไม่ได้คลื่อนที่เพราะต้องการความเร็ว แต่เพือความสนุกสนานของเด็กๆ แสงก็ไม่ได้มีไว้เพื่ีอความเร็ว แต่เพื่อคุณประโยชน์ทั้งกลางวัน และกลางคืน" นักปราชยังกล่าวสอนเจ้าตัวกลมอีกว่า "ดังเช่นการเดินทางข้ามภูเขา ไม่ใช่เพื่อความเร็วในการเดินทาง แต่เพื่อความงดงาม เมื่อไปยืนอยู่บนยอดเขา" ประโยคสุดท้ายที่นักปราชสอนเจ้าตัวกลม "การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อความเร็วที่สุด แต่เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดในการเคลื่อนที่นั้นๆ"

จากนั้นมาก เจ้าตัวกลม ก็กลับคืนสู่สภาพเดิม และคงอยู่ มาใจทุกวันนี้ บางคนก็เรียกว่าลูกเด้ง ทุกๆ การเคลื่อนที่ของมัน เพื่อหวังให้เด็กๆ และทุกคนมีความสุข


add comment ( 192 views )   |   ( 3 / 282 )


Next