The Quieting Of A Storm 
Sunday, December 24, 2006, 11:46 AM - ส่งมาโดย นุร

So many storms are raging
While the ocean buffets the land
Clouds are looking ominous
Trials and tribulations for mortal man.

Darkness is enveloping everything
There is no place to hide
Fear is rearing its ugly head
A wave of discontent comes in with the tide.

Birds are dipping and soaring
As the air currents hinder their flight
The sun is gone from the sky
Daylight has turned into night.

Sounds of thunder off in the distance
Booming across the sky
Lightning piercing here and there
Announcing the arrival of something on high.

A blinding light parts the clouds
As a wonderful vision comes into view
Quieting the storm that reached its tempest
This vision has come for me and you.

The ocean's turmoil is now silent
As the wind blows the dark clouds away
Everything has become so quiet
The darkness has turned into day.

This vision of love and beauty
Quells the fiercest of any storm
Silences the fear in our hearts
While everything is transformed.

Delivering the righteous to our Father
Helping the wayward ones to see
Showing them the path they should take
So eventually their souls will be free.

Soon this time will be upon us
Signs are evident everywhere
Lead a simple and righteous life
Show everyone that you care.

by: Chee Chee Martin

From jorobot_aha@hotmail.com



add comment ( 91 views )   |   ( 3 / 241 )

โอ้ !!! จอร์ด มันยอดมาก  
Sunday, December 17, 2006, 05:09 PM - ต้องรู้ให้ทัน
                  วันก่อนนั่งดูทีวี ก็เจอกับอะไรที่ประหลาดมากๆ แทบไม่น่าเชื่อเลย ซาร่า ว่ามันจะสุดยอดขนาดนี้ รายการนี้ ก็เป็นโฆษณาเกี่ยวกับ น้ำยารักษารถยนต์ เรียกว่าถ้ารถคุณใส่น้ำยาชนิดนี้แล้ว จะไม่มีอะไรมาทำอันตรายสีรถคุณได้ นี่ถ้าพิธีกรนิวเคลียได้ ก็คงเอามายิงรถให้ดูกันแล้ว ก่อนอื่นมาดูน้ำยาเคลือบสีรถตัวนี้กันก่อน เราไม่ขอเอ่ยชื่อแล้วกัน ด้วยการยึดเกาะและการเรียงโมเลกุลของน้ำยาชนิดนี้ เป็นการเรียงตัวแบบไขว้ จึงทำให้สามารถยึดเกาะกันเอง และติดกับผิวรถได้เป็นอย่างดี และก็ยังมีส่วนผสมอื่นๆ อีก ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับน้ำยาชนิดนี้

                  สำหรับการยึดเกาะกับตัวรถนั้น จุดเด่นคงไม่ได้อยู่ที่การเรียงตัวของโมเลกุลอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสารที่ผสมเข้าไป หรือสารตัวทำละลายนั่นเอง เราขอยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ว่า หากน้ำยาเคลือบสีรถยนต์ชนิดหนึ่งใช้น้ำธรรมดา เป็นตัวทำละลาย ดังนั้นเมื่อเคลือบไปที่รถ และปล่อยให้แห้งแล้ว เมื่อไรก็ตามที่มีน้ำมาถูกผิวรถ น้ำยานั้นก็สามารถถูกล้างออกได้ง่ายดาย กล่าวคือ เราต้องดูว่าน้ำยาชนิดนั้นๆ ใช้สารชนิดใดเป็นตัวทำละลาย เพราะสารตัวนั้นแหละ ที่จะเป็นของแสลง สารทำละลายตัวนั้นแหละ ที่จะสามารถล้างน้ำยานั้นๆ ออกได้อย่างง่ายดายด้วย (*) ดังนั้นหากน้ำยาเคลือบสีรถมีส่วนผสมของตัวทำละลาย ที่หายาก หรือไม่สามารถพบได้จากสิ่งแวดล้อมทั่วๆ ไป นั้นก็หมายถึง เมื่อคุณเคลือบสีรถ ด้วยน้ำยานั้นๆ แล้ว โอกาสที่จะล้างออกจากการใช้งานทั่วๆ ไปก็ยากด้วยเช่นกัน นั่นเป็นผลดี เพราะจะทำให้น้ำยายังคงเคลือบ และปกป้องสีรถของคุณได้นานๆ

                  ดังนั้นเรื่องของโฆษณานี้ เรื่องน้ำยานั้น เราเองก็ยอมรับว่า ค่อนข้างดี แต่ว่า ในโฆษณานั้น มีบางอย่างที่แปลกตา นั้นก็คือ ในการทดลองว่า น้ำยาชนิดนี้ สามารถป้องกันสีรถของคุณจาก กรด หรือ ด่าง ได้ ว่าแล้วพิธีกรก็เทผงด่างลงบนรถ จากนั้นก็เอาน้ำกรดราดลงไปอีกที แล้วเทตรงไหนไม่เท ไปเทตรงผงด่าง ภาพที่เห็นก็จะเห็นเป็นฟองผุดขึ้นเต็มเลย มีควันด้วย ดูแล้วขลังน่าดูเลย โอ้ ไม่น่าเชื่อเลย ซาร่า มันยอดมากจริงๆ เลย แต่ว่าความจริงแล้ว หากว่ามีการคำนวณค่าของความเป็นกรด และด่างให้ดี จะสามารถทำให้เกิดค่าความเป็นกลางได้ แต่อีกตัวแปรหนึ่ง ก็อยู่ที่ปริมาณของกรดและด่างด้วย ดังนั้นเมื่อเราเทผงด่างลงไป และตามด้วยน้ำกรด โดยพยายามใส่ให้ได้ปริมาณที่พอเหมาะ ถึงแม้จะมีด่างหรือกรดมากไปซักนิดหน่อย แต่ค่าที่ได้ ก็แทบจะเป็นกลางอยู่ดี หรือกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ว่า การเทผงด่างลงไป แล้วตามด้วยน้ำกรด เมื่อทำปฏิกริยากันแล้ว ผลที่ได้ ไม่ต่างอะไรจาก สบู่ หรือ น้ำมะนาว เอิ้กๆๆ


* เรื่องของตัวทำละลาย นอกจากเราจะนำเอาความรู้นี้ไปใช้ ในเรื่องของการชะล้างแล้ว เรายังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ตัวอย่างแรก เครื่องปริ้น ปริ้นไม่ออก อาการยอดฮิตติดท้อปเท็น คือ หัวตัน เพราะหมึกเข้าไปแห้ง คาหัวเลย หากคุณใช้เครื่องปริ้นของ Lexmark Canon ยี่ห้อพวกนี้ ส่วนมากแล้ว น้ำหมึกของเขา ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ดังนั้นการล้างหัว เพียงคุณนำน้ำอุ่น ใส่ในภาชนะ ให้มีความสูงซัก 1 ซ.ม. แล้วนำตลับหมึก ด้านที่เป็นหัวพิมพ์ วางลงไป ทิ้งไว้ซักพัก หมึกที่แห้ง และไปอุดตัน ก็จะละลายออกมาก ส่วนของ Epson นั้นส่วนมาก ไม่ได้ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ใช้วิธีนี้ไม่ได้เด้อ ซึ่งเราเองก็ยิงมิทราบเหมือนกันว่า น้ำหมึกของเขา ใช้สารใดเป็นตัวทำละลาย ตัวอย่างที่สอง กรอบรูปเก่าๆ ที่เป็นกรอบรูปไม้ ที่ทาด้วยแล็คเกอร์ หรือสีน้ำมัน หากคุณต้องการให้มันดูดีเหมือนใหม่ ก่อนอื่นให้ทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้น นำเอาผ้า ไปชุบน้ำมันสน แล้วเอามาถูที่กรอบรูป อย่าถูแรงมากนัก เดี๋ยวสีจะออกซะหมด ต้องเรียกว่าน้ำผ้าชุบน้ำมันสนมาเช็ดน่าจะเหมาะกว่า เช็ดให้ทั่ว เพียงเท่านั้นกรอบรูปของคุณก็จะดูใหม่ขึ้นมาแล้ว วิธีนี้ใช้ได้ดีกับกรอบรูปไม้ที่ไม่ใช่กรอบรูปวิทยาศาสตร์



add comment   |   ( 3 / 192 )

Live For Today 
Thursday, December 14, 2006, 01:47 PM - ส่งมาโดย นุร


If you had a chance to live your life over again
You would find things just the same
Live for today, with the grass and trees
See the beauty I can see

A flower in bloom, a caterpillar turning into a butterfly
The fragrance of a garden, the beauty of the sky
A horse to ride, a carriage for me
I can feel in my heart, all I want to be

Live for today, the past is gone
Tomorrow the sun will shine
I can taste the sweet air
Today I can go everywhere

So let us run and jump and play
You never know if this will be the last day
Watch the birds as they make a nest
Can you see the owl
He brings happiness

Live for today
I am like the butterfly
I will fly so very high
Come join me please
You can hear a symphony
I have the whole world that I can see
Every Country made for you and me

Let us sing, let us shout
Today is a day we cannot do without
Thank you Lord, for eyes that see
Your beauty in the world
And in you and me.

by: Linda Ann Henry


From... jorobot_aha@hotmail.com



add comment ( 626 views )   |   ( 3 / 188 )

Round Up My Heart 
Tuesday, December 12, 2006, 11:31 AM - ส่งมาโดย นุร


Round Up My Heart

Wild hooves are prancing
Wild colts are dancing
Stirring up a cloudy view,
I strain to find, searching on and on
How will I make my way to You.

Lift this heavy dust around me Lord
So I may see Your path,
Reveal the way You have for me
Shine a light through the shadows
Right into my heart.

Blow the fresh wind of Your Spirit
To round up all I need to know,
Break free my clouded notions,
So Your footprints clearly show
The upward trail to go.



From... jorobot_aha@hotmail.com


add comment ( 70 views )   |   ( 2.9 / 153 )

Somewhere between... 
Sunday, December 10, 2006, 04:23 PM - ส่งมาโดย นุร
Somewhere between...

Somewhere between the procrastination...
and the home life....
and the incessant forwards...
and the friendships...
and the calls to each other complaining about

LIFE...

Somewhere between the phone calls to old

friends...

And the "I miss yous" & the "I love yous"...
And the "What are we doing tonights?"...
And somewhere between all of the aging,
changing, growing...
Somewhere between the everyday life...
And the daydreams...
And the sleepless nights...
And the naps because of the sleepless night...

I forgot.

I forgot what growing up is all about.
I forgot what it meant to cry...
I forgot that pretending to be happy
doesn't make you happy...
And that pretending to be smart
doesn't make you smart...
I forgot that you can't just forget the past
in fear of the future...

I forgot that you can't control falling in love...
And that you can't make yourself fall in love...
I learned that I can love...
I learned that it's okay to mess up...
And it's okay to ask for help...
And it's okay to feel like crud...

I learned.

I learned it's okay to complain and whine
to all your friends for a whole day...
I learned that sometimes the things you want most
you just can't have.
I learned that the
BEST PART OF LIFE IS NOT GETTING AHEAD;
It's the friendships, which means taking chances.
I learned that sometimes
the things we want to forget
are the things which we most need to talk about...
I learned that letters from friends
are the most important things...
and that sending cards to your friends
makes you feel better.

But, basically, I just learned that my friends...
both old and new...
are the most important people to me in the world.
Without them, I wouldn't be who I am today...

So this is a thank you
to all of my friends for always being there.


From jorobot_aha@hotmail.com



15 comments ( 286 views )   |   ( 3 / 203 )

ความสำเร็จ ความล้มเหลว 
Friday, December 8, 2006, 05:40 PM - ต้องรู้ให้ทัน
                  ความสำเร็จ คือ การไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ การบรรลุเสร็จสิ้นภารกิจที่ได้วางไว้
                  ความล้มเหลว ก็ตรงข้ามกับความสำเร็จไง คือ ห่างไกล จากจุดหมายที่ได้ตั้งไว้ เหมือนเดินถอยหลัง

                  ความสำเร็จ มักจะมาพร้อมกับความปลาบปลื้มดีใจ มาพร้อมกับรอยยิ้ม มีการเฉลิมฉลอง
                  ความล้มเหลว มีเพียงคราบน้ำตา

                  คนเราทุกๆ คน ล้วนมีเป้าหมายของชีวิต หรือมีการมุ่งหวังสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งทุกคนต่างก็ต้องการ เดินไปให้ถึง ต้องการประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น จึงได้มีการเขียนตำราต่างๆ มากมาย แล้วก็บอกกับพวกหนอนหนังสือว่า ตำราที่ฉันแต่งนี่แหละ คือประตูสู่ความสำเร็จ คือกุญแจสู่ความสำเร็จ ซึ่งบางคนก็ยึดเอาหนังสือเหล่านั้น เป็นหลักในการดำเนินชีวิต ซึ่งก็ไม่ผิดแต่อย่างใด และหนังสือเหล่านั้นอาจจะถูกบ้างผิดบ้าง แต่ที่แน่ๆ คนแต่งหนังสือเหล่านั้น มักจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน ทีนี้เราจะลองมาดู ว่าคนที่เขาประสบความสำเร็จนั้น เขามีอะไรดีกันบ้าง เมื่อพิจารณาดูจากความเป็นจริงแล้ว บางครั้งตำราที่เขาแต่งขึ้นก็ไม่ได้ตรงกับตัวเขาเลย ไม่ใช่ว่าคนพวกนี้ไม่เคยล้มเหลว พวกเขาเคยล้มเหลวกันทั้งนั่น แต่พวกเขาก็ฟันฝ่าจนความสำเร็จ ซึ่งตรงส่วนนี้เอง ที่ผู้ประสบความสำเร็จมีเหมือนกันหมด พวกเขาอดทนต่อปัญหาที่เจอ อดทนในการฟันฝ่าอุปสรรค

                  ปัจจัยส่วนหนึ่งของความสำเร็จ หรือความล้มเหลว คือ อุปสรรค ว่าอุปสรรคเหล่านั้นจะสามารถมาขโมยความสำเร็จ และยัดเยียดความล้มเหลวให้กับเราได้หรือไม่ แต่ปัจจัยหลักคือตัวเราเองว่าจะสามารถเอาชนะปัญหา เหล่านั้นได้หรือไม่ บางครั้งอุปสรรคเองก็เป็นตัวกำหนดคุณค่าของความสำเร็จ

                  ดังนั้นอีกแง่คิดหนึ่งของความสำเร็จ คือ ความสำเร็จไม่ได้มาจาก การกระทำที่สมบูรณ์ ไม่เคยพบปัญหา ไม่มีอุปสรรค แต่ความสำเร็จจะเกิดได้ ถ้าเราลุกขึ้นได้ทุกครั้งที่ล้มลง ดังคำกล่าวที่ว่า ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การไม่เคยล้มเหลว หากอยู่ที่เธอสามารถลุกขึ้นได้ทุกครั้งที่ล้มลง



add comment ( 19 views )   |   ( 3 / 200 )

เงิน เงิน เงิน 
Sunday, December 3, 2006, 05:02 PM - ต้องรู้ให้ทัน

เงิน เป็น วัตถุหนึ่ง ที่มนุษย์ใช้กำหนดให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

.......หลายคนบอกว่า เงินไม่สำคัญ เงินเป็นเพียงแค่เศษกระดาษ นั่นคงจะบอกไม่ได้ว่าแนวความคิดแบบนี้ ดีเลิศประเสริฐศรี ถูกต้องน้าค้าบ แต่ก็คงบอกไม่ได้เช่นกัน ว่าแนวความคิดแบบนี้มันผิดมาก ถึงขั้นประหารด้วยเครื่องประหารหัวสุนัข

.......จากที่เราเห็นๆ กันอยู่ทุกวัน จนบางครั้งก็หลงลืมว่าเราทำงานเพื่อเงิน หรือทำทุกอย่างเพื่อเงิน ความจริงแล้ว หากจะย้อนยุคกลับไปซักนิดหน่อย ประมาณหลายล้านกว่าปีที่แล้ว อ้าว!!! ไปโผล่ยุคไดโนเสาร์อีก ย้อนกลับมาอีกหน่อยแล้วกันนะโดเรมอน จะพบว่า เราทำงานเพื่อทำเอาผลผลิตที่ได้ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้าน นำไปแลกเป็นสิ่งของต่างๆ เป็นอาหาร หากเราทำนาก็แบกข้าวไปแลกกับสิ่งของอื่นๆ จากนั้นก็เริ่มมีสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เพื่อความสะดวก หากจะพิจารณากันแบบง่ายๆ นั่นก็คือ การที่เราทำงาน ไม่ว่าจะทำงานโรงงาน ทำเกษตรกร หรืออาชีพใดๆ ก็ตาม เราจะนำความสำเร็จของเรา ไปแปรค่าเป็นเงิน ซึ่งเงินที่ได้มันก็คือ คุณค่าของความสำเร็จของเรา จากนั้นเราก็นำเอาความสำเร็จของเราที่อยู่ในรูปเงินไปแลกเป็นสิ่งของต่างๆ อีกที

.......หากคิดว่าเงินเป็นแค่เพียงเศษกระดาษ ก็คงปล่อยให้มีคนมาขโมยกระดาษเหล่านั้นไปเถอะ แต่ถ้าเงินเป็นตัวแทน ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน และเป็นตัวแทนความสำเร็จในการทำงานของเรา คงจะไม่ดีแน่ๆ ถ้ามีใครมาขโมยความภาคภูมิใจเหล่านั้นของเราไป ดังนั้นคุณหัวขโมย ก็โปรดรับรู้ไว้เถิดว่า การที่คุณไปขโมย คดโกง ยักยอก หรือเอาเงินของคนอื่นมา ด้วยวิธีที่มิชอบ คุณไม่ได้นำมาแค่เพียงเศษกระดาษเท่านั้น แต่คุณยังขโมยผลตอบแทนแห่งความสำเร็จจากเขาไปด้วย

.......ทุกครั้งที่เราต้องใช้จ่ายเงิน ก็คือเรากำลังนำเอาความสำเร็จของเรา ที่อยู่ในรูปของเงินออกมาใช้งาน ทุกเบี้ย ทุกหน่วย คือความสำเร็จ ของเรา ดังนั้นเราจึงควรวางแผนการใช้เงินให้ดี ถ้าหากเราไม่วางแผนการใช้เงินให้ดีแล้ว ความสำเร็จของเราก็จะถูกใช้ไปอย่างไร้ค่า มันจะดีแล้วหรือ ที่เราต้องทำงานหนัก เราได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมาก เราจึงได้รับเงินซึ่งเป็นตัวแทนของความสำเร็จเป็นจำนวนมาก แต่แล้วความสำเร็จจำนวนมากนั้น กลับนำไปแลกเปลี่ยนหรือใช้ประโยชน์ได้แค่เพียงนิดหน่อย

add comment   |   ( 3.1 / 158 )


Back Next