Tuesday, November 14, 2006, 11:02 AM - ต้องรู้ให้ทัน
ผู้รู้อย่างเดียวสอนไม่ได้.......ผู้มีความรู้ คือผู้ที่ได้ศึกษาหาความรู้ ทั้งจากตัวหนังสือบนกระดาษ จากประสบการณ์ของผู้อื่น หรือจากการค้นพบของตัวเอง แต่ผู้รู้นั้นไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นได้ นอกเสียจากว่าเขาจะมีความเป็นครูอยู่ในตัวของเขาด้วย ซึ่งคนส่วนมากในสังคมปัจจุบันนี้มีผู้รู้อยู่มาก แต่เสียดายที่เขาไม่สามารถสอนผู้อื่นได้ กล่าวคือสิ่งที่เขาสอนก็เหมือนว่าไม่ได้สอน บางครั้งสอนไปแล้วกลับได้ผลที่ตรงกันข้าม
.......การถ่ายทอดความรู้ของครูนั้น ก่อนอื่นต้องสร้างทศนคติที่ดีต่อวิชานั้นๆ เพื่อให้ผู้ศึกษามีความรู้สึกที่ดีในการศึกษา และรับฟังคำสั่งสอนของครูอย่างจริงจัง ในบางครั้งอาจจะไม่ต้องมานั่งบอกว่าวิชานี้ดีอย่างไร อาจจะใช้ กลยุทธ์ที่แยบยลก็ได้
.......การสอนของผู้รู้อย่างเดียวที่ไม่มีความเป็นครูนั้น พวกเขาจะสอนในสิ่งที่เขารู้ สอนในสิ่งที่เขาได้เรียนมา โดยไม่ได้คิดว่า ผู้เรียนจะได้รับข้อมูลและมีกระบวนการคิดอย่างไร ผู้รู้บางคนที่มีความจำดี ก็อาจจะจำคำสอนของครูที่สอนตนเอง มาสอนอีกที โดยที่ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระกัน ภาพที่เราได้เห็นผู้รู้ทำการสอน คือภาพของคนที่มีความรู้กำลังหยิบความรู้ออกมาจากหัวของตนเอง แล้วขว้างปาความรู้นั้นใส่หัวกะบานเด็กที่เรียน (เอ้ารับไป นี่ความรู้ กูให้มึง) แต่สิ่งเดียวที่ผู้รู้ทำได้คือ การให้คำแนะนำ
.......ในการสอนหรือถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียนนั้น ก่อนอื่นผู้สอนควรจะตอบคำถามให้ได้เสียก่อน กับคำถามที่ว่า ฉันจะเรียนไปทำไม ในเมื่อฉันเองก็มีความรู้มากเพียงพอ ที่จะเอาตัวรอดอยู่แล้ว คำถามนี้ผู้สอนควรตอบให้ได้ว่า เพราะอะไรเขาถึงต้องเรียนวิชานี้ จะตอบว่าเพราะคุณเสียเงินแล้วจะไม่เรียนก็เรื่องของคุณ จะตอบว่าเรียนเพื่อให้ครบตามรายวิชา จะตอบว่าเรียนเพื่อให้มีรายชื่อวิชานี้ลงในใบประกาศหลังจากจบการศึกษา จะตอบว่าเพราะเมื่อคุณไปทำงานคุณจะพบกับเรื่องแบบนี้ คุณจำเป็นต้องใช้ความรู้จากวิชานี้ในการแก้ปัญหา ความจริงแล้วทุกวิชาทุกแขนงต่างมีความสำคัญ เพียงแต่ว่าผู้สอนจะสร้างภาพความสำคัญนั้นให้กับเด็กได้มากขนาดไหน
.......ดังนั้นผู้รู้ทั้งหลายจึงควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการสอน ให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญมากขึ้น เมื่อไรก็ตามที่คุณคิดว่าสามารถเปลี่ยนความคิดให้นก อยากเรียนรู้วิธีการบินมากขึ้น วิธีการบินที่ถูกต้อง วิธีการบินผาดโพน ทั้งๆ ที่บินเป็นอยู่แล้ว เมื่อนั้นผู้รู้ก็ตอบคำถามผ่านไปหนึ่งข้อแล้ว เพราะว่าทุกคนต่างก็มั่นใจในความรู้ของตนเอง จึงไม่ต่างอะไรกับนกที่มันใจเรื่องการบิน ผู้รู้ต้องชี้ให้เห็นว่ารู้กับรู้มากกว่า มันต่างกันอย่างไร และสำคัญอย่างไร ด้วยเหตุผลที่จูงใจผู้เรียน ด้วยเหตุผลที่ผู้เรียนเห็นด้วย ปัญหาต่างๆ นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จงทำเถิด เพราะนี่แหละคือความลำบาก และคุณค่าของคำว่าครู
ผู้รู้น้อยแต่สอนเป็น ย่อมเหนือกว่าผู้รู้มากที่สอนไม่เป็น




( 3.1 / 115 )
Monday, November 13, 2006, 09:52 AM - แอบอมยิ้ม
คิดว่าหลายๆ คน น่าจะมีเพื่อน หรือคนรู้จัก ที่มีนิสัยขี้โม้ แบบว่าหลายๆ ครั้งทำให้เราเบื่อไปเลยก็มี เรื่องนี้มีอยู่ว่า ในการนั่งรถไปในสถานที่หนึ่ง โดยเป็นรถส่วนตัว มีผู้หญิงวัย 45 ผู้ชายวัย 60 กับเด็ก 3 ขวบ โดยให้บูเป็นคนขับรถ บูมีนิสัยชอบคุยโม้เป็นประจำ บูน่าจะมีอายุประมาณ 40 ระหว่างการเดินทาง ก็ได้ตกลงกันว่า จะลองขับไปอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งไม่เคยไปมาก่อน เ พราะอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ และอยากรู้ว่าเส้นทางนี้ มันจะเป็นอย่างไร จะไปตัดออกถนนไหน แต่แล้วไม่มีอะไรในโลกนี้ที่บู ไม่รู้จัก ทุกเรื่องอยู่ในโควต้าโม้ของบูตลอด ว่าแล้วบูก็เริ่มแสดงความรู้ตลอดเส้นทาง ตรงโน้นเป็นอย่างโน้น ตรงนี้คือสถานที่นี้ ทั้งๆ ที่บูพูดและชี้มันผิดตลอด จนเวลาผ่านไปมีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้หยุดโม้ และทำให้คนอื่นกลั้นหัวเราะกันใหญ่ คือเจ้าเด็กที่นั่งไปด้วย พูดขึ้นมาว่า ไม่ต้องบอกหรอกหนูรู้จักหมดแหละ ทีนี่หนูเคยมาแล้ว มาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่
Monday, November 13, 2006, 09:43 AM - แอบอมยิ้ม
.......เรานี้เรามีอีกหนึ่งรอยยิ้ม กับความสุข โดยไม่ต้องไปหาที่ไหน เราจะขอแนะนำอีกวิธีหนึ่ง ในวันว่างๆ กับความสุขที่สามารถทำได้ไม่ยาก คุณลองทำอาหารกินเองกับคนรู้ใจบ้างซิ เราขอแนะนำเมนูสุดง่ายอย่างเนื้อง่าย โดยไม่จำเป็นต้องต้องกินกับคนรักเสมอไป อาจจะเป็นเพื่อนสนิท หรือผู้ที่มีเยี่ยมเยียนเราที่บ้าน หรือญาติพี่น้องของเราเองก็ได้ ถ้าหากคุณไม่อยากย่างเนื้ออยู่คนเดียว เพราะบรรยากาศแบบนี้อาจจะเปลี่ยนจากความสุขเป็นความระทมได้ ดังนั้นคุณควรย่างเนื้อที่ละชิ้นไม่ต้องมากนัก ย่างไปกินไป แล้วหาที่กินแถวๆ นั้นนั่นแหละ ทางที่ดีควรตกลงกันไว้ก่อนว่า วันนี้เราจะทำอาหารกินร่วมกัน และอาหารบางอย่าง อาจจะเป็นอาหารที่เรียบง่าย และมีราคาที่แสนถูกแต่ว่าแพงด้วยคุณค่าทางจิตใจ.......แล้วถ้าอยู่คนเดียวล่ะ ในกรณีแบบนี้ สำหรับผู้ที่รอนแรมไปพักอาศัยในที่อื่นๆ หรืออยู่คนเดียว คุณก็สามารถมีความสุขกับอาหารได้ อยู่คนเดียวนั่นแหละดีเลย เราแนะนำว่า คุณลองจัดอาหารให้ครบชุด หรือมีหลายๆ อย่างดูซิ อย่างละไม่ต้องมากนักเพราะเดียวจะกินไม่หมด จัดโต๊ะให้สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการกินอาหาร
.......สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสามารถเก็บเกี่ยวได้จากการอาหาร ไว้คราวหน้าเราจะนำเรื่องอื่นมานำเสนอกันอีก
Saturday, November 11, 2006, 11:23 AM - แอบอมยิ้ม

หาหนังสือดีๆ ซักเล่มมาอ่าน ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้แล้วก็ยังได้ความสุขอีกด้วย ไม่เอาดีกว่า วิธีนี้มันเริ่มโบราณไปแล้ว ยุคนี้ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณน่าจะหาได้ไม่ยาก ลองนัดกับคนรู้ใจของคุณดู หรือเพื่อนสนิทก็ได้ แต่งตัวให้ดูดี อิงกับแฟชั่นนิดหน่อย แล้วออกไปทานข้าวนอกบ้านตอนกลางคืน อาจจะไม่ต้องเป็นร้านที่ขายอาหารเทพ แบบมหาเศรษฐีกิน เอาเป็นร้านข้าวข้างทางธรรมดาก็ได้ โดยที่คุณพยายามนึกเสมอว่า คุณคือผู้ที่สวย ผู้ที่หล่อแล้ว หลงตัวเองให้เต็มที่เลย ให้คิดซะว่าการออกมาทานข้าวครั้งนี้ ช่างสวยงามเหลือเกิน เหมือนโรมีโอกับจูเลียตเลย และที่สำคัญ ก่อนกลับอย่าลืมซื้อของฝากให้เขานะ เป็นดอกไม้ หรือขนม หรือของฝากอะไรก็ได้ แน่นอน คุณจะบอกว่า ไม่เอาล่ะเดี๊ยนอาย เดี๊ยนไม่เคยทำมาก่อน ลองทำดูซิไม่ต้องอายแล้วเมื่อคุณกลับมาบ้าน คุณจะมานอนกอดหมอนแล้วแอบอมยิ้มตลอด เมื่อคิดถึงเรื่องที่ออกไปทานข้าวมา โดยเฉพาะยิ่งตอนที่คุณให้ดอกไม้กับเขานั่นแหละ ความอายนิดๆ ก็ช่วยให้คุณมีความสุขได้
Saturday, November 11, 2006, 11:20 AM - แอบอมยิ้ม
เป็นเรื่องเล่าที่น่าจะสร้างรอยยิ้ม และน่าจะทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายรู้จักคำว่า ระมัดระวัง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง แต่คำว่า "ท่าน" เป็นคำสมมุติขึ้น เพื่อใช้แทนบุคคลในเรื่องนี้ เรื่องมีอยู่ว่า ณ. บ้านท่าน ท่านเป็นคนมีตำแหน่งพอสมควร ก็ได้มีการจัดการประชุมกันขึ้น เจ้าหน้าที่หลายๆ คนก็ไปประชุมกันที่บ้านท่าน ซึ่งการประชุมก็ดำเนินไปด้วยดี จนเมียท่านกับลูกสาวออกมานั่งฟังด้วย แต่นั่งกันอยู่คนละโต๊ะ แต่ก็อยู่ในตำแหน่งที่สมาชิกในที่ประชุมเกือบทุกคนสามารถมองเห็นได้ ซึ่งตัวท่านเองก็สามารถมองเห็นเมียท่านได้ ทีนี้เมียของท่านนี่แหละบังเอิญหรือตั้งใจก็ไม่รู้ ดันนุ่งกระโปงสั้นแถมไม่ได้กางเกงในด้วย ไม่ต้องคิดเลย งานนี้แทบจะเห็นกันหมดทุกคนที่ไปประชุมเลย ตัวท่านเองก็อึดอัด พยายามทำหน้าตาบอกใบ้เป็นนัยๆ ก็แล้ว คุณเมียก็ยังนั่งท่าเดิมไม่ยอมเปลี่ยนซักที สุดท้ายวิธีการแก้ปัญหาของท่านคือ ท่านบอกว่า เอ้า ทุกคนในที่ประชุมนี้ลุกขึ้นยืนตรง ร้องเพลงมาช ในที่ประชุมก็งง ท่านก็กล่าวย้ำ พร้อมกับย้ำว่าทุกๆ คนเลยนะ เมียของท่านได้ถามขึ้นว่า ฉันด้วยหรือป่าวจ๊ะพี่ ท่านก็ตอบไปว่า มึงนั่นแหละที่ต้องยืนอีนังตัวดี
ปล. น่าเสียดายที่เราไม่มีภาพประกอบ
Thursday, November 9, 2006, 01:18 PM - แอบอมยิ้ม
วันก่อน นั่งเช็ค email ดู พบว่ามีเมลหนึ่ง ส่งมา มีเนื้อความดังนี้"นุร เองนะ แวะเข้ามาทักทายนะ เห็นว่าเพิ่งทำเว็บใหม่ ยินดีด้วยนะคะ แจ่มจริง ๆ คะ เว็บนี้ กิ๊บ ๆ ดี คะ หาเรื่องดี ๆ มาให้อ่านตลอดนะ.................ตั้งใจละ.......จะเป็นกำลังใจให้ในการคริเอทความคิดดี ๆ ที่จะนำมานำเสนอบนเว็บต่อไปคะ...สู้ ๆ......นุรคนนึงละที่...จะเป็นกำลังใจให้...อ้อ อย่าง งาม ๆ ด้วยนะ อิอิอิ............จงรังสรรค์สิ่งดี ๆ ต่อไปนะคะ"
.......มาเข้าเรื่องดีกว่า สำหรับเธอคนนี้ เราได้รู้จักเป็นการส่วนตัว เธอเป็นคนที่มีความสุขในชีวิตอยู่ตลอดเวลา เธอนั่งยิ้มได้ทั้งวันแบบไม่หยุด เธอหาเรื่องคุยโทรศัพท์ได้แบบไม่ซ้ำกัน โดยอัตราความถี่ของแต่ละคำที่เธอพูดมีความเร็วถึง 1.2356 m/s (มิลลิเซ็ก) เศษเสี้ยวของวินาที เธอพูดด้วยความเร็วแสง และเธอยังมีวีรกรรมอีกมากมาย ที่สำคัญเธอรักเด็ก เธอทำทุกอย่างที่คุณแม่ขอร้อง เราจึงเกิดความคิดว่า ทำอย่างไรทุกๆ คน ถึงจะมีความสุขได้แบบนี้บ้าง จึงขอหยิบยกเรื่องราวบางส่วน ที่น่าจะสร้างความสุขเล็กๆ น้อย ให้กับคุณๆ ทั้งหลายได้ ภายใต้หัวข้อ แอบอมยิ้ม
.......ถ่ายรูป ใช่สมัยนี้ใครเขาก็มีกล้องดิจิทัลกันทั้งนั้น เอาออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และหาความสุขจากมันได้อย่างไม่ยาก สำหรับความสุขในแบบมาตรฐานนั้น เป็นการถ่ายรูปบุคคลที่เราชอบ หรือแอบปลื้ม นอกจากนี้สังเกตบนกล้องดู เห็นสัญลักษณ์รูปดอกไม้หรือป่าว นั่นแหละบรรจงกดไปเลย เพื่อเปิดโหมดมาโคร ใช้สำหรับการถ่ายภาพในระยะใกล้ แล้วเอาเอาไปถ่ายดอกไม้ใบหญ้าดู แล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวนั้นมันเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ และสำหรับท่านที่อยากลองความสุขในแบบเอ็กตรีมดู ให้คุณลองถ่ายภาพเพื่อนๆ ของคุณที่กำลังวิ่ง หรือกำลังกระโดดดู ยิ่งตอนเขาเล่นกีฬาอยู่ด้วยยิ่งดี แล้วคุณจะได้เห็นโฉมหน้าอีกแบบของเพื่อนคุณ ในแบบที่เปิดมาดูเมื่อไรก็อดขำไม่ได้ จริงๆ แล้วเรามีภาพตัวอย่างขำๆ ในแบบที่ว่านี้อยู่มาก แต่ไม่สามารถเอามานำเสนอให้ดูได้ และอีกวิธี คือโหมดตั้งเวลา คิกๆ ฉันนี่แหละคิมซังซุน ตั้งเวลาเสร็จ แล้ววิ่งไปแอ็คให้เต็มที่เลย ไม่มีใครเห็น สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นความสุขที่เราสามารถหาได้จากสิ่งของรอบข้างของเรา สำหรับคนที่ไม่มีกล้องก็ไม่ต้องบ้าตามนะ ไม่ใช่ว่าอ่านเสร็จวิ่งไปซื้อกล้องมาซะงั้น เพราะคราวหน้าเรายังมีวิธีหาความสุขอื่นๆ มาฝากกันอีก เอ้า หนึ่ง สอง .. เช๊ะ บะบาย...
Tuesday, November 7, 2006, 11:05 AM - ต้องรู้ให้ทัน
.......การที่เรามาตัดสินว่าคนนั้น คนนี้ เป็นคนดีหรือคนเลวนั้นถูกต้องหรือไม่ เราจะตัดสินจากอะไร คงต้องบอกว่าความจริงแล้ว ไม่ว่าคนดี หรือคนเลว ต่างก็เป็นคนด้วยกันทั้งสิ้น คนดีนั้นไม่ได้ดีไปกว่าคนเลว และคนเลวนั้นก็ไม่ได้เลวไปกว่าคนดี เพราะหากมองที่ตัวทั้งคนดีและคนเลวต่างเหมือนกันหมด แต่แตกต่างตรงที่การกระทำของพวกเขา ดีและเลวนั้นไม่ใช่ตัวของพวกเขา แต่เป็นที่การกระทำของพวกเขา คนดีคือคนที่รักเด็กเหมือนนางสาวไทย จะทำทุกอย่างตามที่คุณแม่ขอร้อง ทำเรื่องดีๆ ไว้อย่างมากมาย ทั้งต่อตัวเองและสังคม จนภาพแห่งความดีที่เขาทำนั้น มันได้ประจักษ์และเด่นชัด จนเมื่อนึกถึงเขา ทำให้เรานึกถึงความดีที่เขาได้ทำ เราจึงมองว่าเขาเป็นคนดี ส่วนคนเลว คือคนที่ทำความผิดไว้อย่างมากมาย ต่อยผู้หญิง รังแกเด็ก กระทืบคนแก่ ทำความผิดเอาไว้มาก ความเลวที่เขาทำมันจะติดเป็นภาพพจน์ของเขา .......การตัตสินดี เลว ไม่ได้ดูที่คน แต่ดูที่การกระทำ คนเลวนั้น ไม่ใช่ตัวเขาที่เลว แต่เป็นเพราะเขาได้ทำในสิ่งที่ผิดไว้อย่างมากมาย ซึ่งอาจทำความดีบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ถ้าวันหนึ่งเขาละทิ้งการทำความผิด และหันมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยที่เขาอดทนทำอยู่อย่างนั้น ไม่ช้าภาพของความดีก็จะทำให้เขาเป็นคนดี ในเมื่อคนเลวนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นคนดีได้ คนดีก็เช่นกันสามารถเลวได้ทุกเมื่อ ดังนั้นคนดีและคนเลว จึงอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่ที่ตัวคน เพราะหากเป็นที่ตัวคนหรือสายพันธ์ คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะภาพดีและเลวได้
.......คุณจะเลือกเป็นแบบไหน ทั้งหมดมันอยู่ที่การกระทำของคุณ กรุณาอย่ามาเล่นบทน้ำเน่า ฉันเกิดในสลัม ไม่มีกิน ต้องขโมยของชาวบ้านกิน นั่นเป็นข้ออ้างที่เอามารับผิดชอบการกระทำของตนเอง รู้ไหมว่าเงาะป่า ซาไก ที่ไม่มีความรู้อะไรเลย ทุกวันนี้เขามารับจ้างพวกอดีตคอมมิวนิสมาลายาทำงาน เพื่อแลกกับอาหาร คนดีก็เช่นกัน ถ้าวันข้างหน้าคุณทำแต่ความผิด ความผิดที่คุณทำก็อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้ เราอยากให้คุณจำไว้อย่างหนึ่ง ไม่มีใครเลวไปเสียทุกเรื่อง และไม่มีใครดีไปเสียทุกเรื่องดุจรักแร้ขาวเพราะทานีเวีย
Back Next


ปฏิทิน




