Tuesday, November 7, 2006, 11:05 AM - ต้องรู้ให้ทัน
.......การที่เรามาตัดสินว่าคนนั้น คนนี้ เป็นคนดีหรือคนเลวนั้นถูกต้องหรือไม่ เราจะตัดสินจากอะไร คงต้องบอกว่าความจริงแล้ว ไม่ว่าคนดี หรือคนเลว ต่างก็เป็นคนด้วยกันทั้งสิ้น คนดีนั้นไม่ได้ดีไปกว่าคนเลว และคนเลวนั้นก็ไม่ได้เลวไปกว่าคนดี เพราะหากมองที่ตัวทั้งคนดีและคนเลวต่างเหมือนกันหมด แต่แตกต่างตรงที่การกระทำของพวกเขา ดีและเลวนั้นไม่ใช่ตัวของพวกเขา แต่เป็นที่การกระทำของพวกเขา คนดีคือคนที่รักเด็กเหมือนนางสาวไทย จะทำทุกอย่างตามที่คุณแม่ขอร้อง ทำเรื่องดีๆ ไว้อย่างมากมาย ทั้งต่อตัวเองและสังคม จนภาพแห่งความดีที่เขาทำนั้น มันได้ประจักษ์และเด่นชัด จนเมื่อนึกถึงเขา ทำให้เรานึกถึงความดีที่เขาได้ทำ เราจึงมองว่าเขาเป็นคนดี ส่วนคนเลว คือคนที่ทำความผิดไว้อย่างมากมาย ต่อยผู้หญิง รังแกเด็ก กระทืบคนแก่ ทำความผิดเอาไว้มาก ความเลวที่เขาทำมันจะติดเป็นภาพพจน์ของเขา .......การตัตสินดี เลว ไม่ได้ดูที่คน แต่ดูที่การกระทำ คนเลวนั้น ไม่ใช่ตัวเขาที่เลว แต่เป็นเพราะเขาได้ทำในสิ่งที่ผิดไว้อย่างมากมาย ซึ่งอาจทำความดีบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ถ้าวันหนึ่งเขาละทิ้งการทำความผิด และหันมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยที่เขาอดทนทำอยู่อย่างนั้น ไม่ช้าภาพของความดีก็จะทำให้เขาเป็นคนดี ในเมื่อคนเลวนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นคนดีได้ คนดีก็เช่นกันสามารถเลวได้ทุกเมื่อ ดังนั้นคนดีและคนเลว จึงอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่ที่ตัวคน เพราะหากเป็นที่ตัวคนหรือสายพันธ์ คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะภาพดีและเลวได้
.......คุณจะเลือกเป็นแบบไหน ทั้งหมดมันอยู่ที่การกระทำของคุณ กรุณาอย่ามาเล่นบทน้ำเน่า ฉันเกิดในสลัม ไม่มีกิน ต้องขโมยของชาวบ้านกิน นั่นเป็นข้ออ้างที่เอามารับผิดชอบการกระทำของตนเอง รู้ไหมว่าเงาะป่า ซาไก ที่ไม่มีความรู้อะไรเลย ทุกวันนี้เขามารับจ้างพวกอดีตคอมมิวนิสมาลายาทำงาน เพื่อแลกกับอาหาร คนดีก็เช่นกัน ถ้าวันข้างหน้าคุณทำแต่ความผิด ความผิดที่คุณทำก็อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้ เราอยากให้คุณจำไว้อย่างหนึ่ง ไม่มีใครเลวไปเสียทุกเรื่อง และไม่มีใครดีไปเสียทุกเรื่องดุจรักแร้ขาวเพราะทานีเวีย




( 3.1 / 208 )
Saturday, November 4, 2006, 10:53 AM - ต้องรู้ให้ทัน
คุณเคยเทน้ำใส่แก้วไหม แล้วเมื่อน้ำไหลออกมาก คุณคิดว่าไง น้ำล้นแก้วจริงๆ หรือ คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าน้ำมันล้นแก้ว ไม่ใช่เพราะแก้วมันเล็กเกินไปหรอกหรือ อ้าว ไอ้หมอนี่เขียนกวนประสาทอีกแล้ว แต่ว่าความจริงแล้ว มันเป็นเรื่องจริง มันเป็นปรัชญาหนึ่ง ความจริงแล้วน้ำมันไม่ได้ล้นแก้ว เหมือนที่ไก่กับไข่ที่ไม่ได้เกิดก่อนกัน เพราะเหตุผลว่าน้ำมีมากเกินไปมันมีน้ำหนักเท่ากับเหตุผลว่า แก้วเล็กเกินไป นี่เป็นปรัชญาที่อยู่รอบข้างตัวเรา ทำให้เราเกิดกระบวนการคิด และหาคำตอบ โดยที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เรื่องของน้ำล้นแก้ว มันอาจบอกได้ถึงความพอดี และเพียงพอ น้ำไม่เต็มแก้ว ก็คงไม่ต่างจากน้ำล้นแก้ว เราไม่สามารถบอกได้ว่า แก้วใหญ่เกินไป หรือน้ำน้อยเกินไป ถ้าคุณมองและตัดสินด้วยสายตาว่าน้ำน้อยเกินไป ก็มีเหตุผลเท่ากัน ที่จะบอกว่าแก้วใหญ่เกินไป
แต่การแก้ปัญหาก็เช่นกัน ยิ่งปัญหามีมาก การแก้ก็มีทางมาก ขึ้นอยู่กับคุณจะมองเห็นมันไหม น้ำล้น และน้ำแห้ง คุณสามารถแก้ที่น้ำ หรือแก้วก็ได้
น้ำเต็มแก้วพอดี มันก็คือความสมดุล ซึ่งไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าหากเราจะมองกันแบบปรัชญา และตั้งคำถามขึ้นมาว่าเพราะอะไร คุณก็ลองเอาแก้วน้ำมา เมื่อไรที่มันใส่น้ำได้พอดี คุณคิดว่า น้ำมันพอดีกับแก้วเป็นความดีความชอบของน้ำ หรือเพราะแก้วที่รับน้ำได้พอดี
สิ่งต่างๆ เรานี้ เราต้องการให้คุณคิดและหาคำตอบ ซึ่งคำตอบมันหาไม่ได้ "แล้วทำไมฉันต้องคิดด้วยล่ะ คิดให้ปวดหัวหรือไง อีตาบ้า" เพราะนี่เป็นสิ่งที่สงวนไว้สำหรับความสงสัย เรายอมให้มีความรัก เรายอมให้มีความโกรธ เรายอมให้มีความสงสาร แต่เมื่อมีความสงสัยเมื่อไร เรามักจะไม่ยอมให้มี โดยที่เราจะหาคำตอบและแก้ความสงสัยนั้นให้ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ยังมีอีกหลายปัญหาบนโลกนี้ที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ดังนั้นปัญหาบางอย่างที่สงวนไว้ซึ่งสำหรับความสงสัย คุณจงรับรู้และคิดหาทางออก ที่ไม่มีทางออก และอยู่กับความสงสัยนั้นให้ได้ จนความสงสัยไม่ทำให้คุณกระบวนกระวาย เมื่อนั้นชีวิตคุณก็จะเติมเต็มขึ้นมาอีก 1 level
Friday, November 3, 2006, 06:01 PM - ต้องรู้ให้ทัน
มือถือใครก็มี เราคงจะไม่มานั่งบอกกันว่าจะซื้อไปทำไม เราจะไม่บอกให้คุณประหยัดเงิน เราจะไม่บอกให้คุณคิดถึงความลำบากของพ่อแม่ก่อนซื้อ เรื่องของมือถือในวันนี้ เป็นแค่สิ่งที่อยากเตือนหลายๆ คน บ่อยครั้งที่เราหรือคุณ ต้องอยู่รวมกันในที่สาธารณะ แล้วก็จะมีคนคุยโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน .......แบบแรก คุยเพราะเรื่องงาน จำเป็นต้องคุยจริงๆ
.......แบบที่สอง ที่กำลังอินเทรนสุดๆ เลิศซะไม่มี คือคุยเพื่อให้รู้ ว่าฉันมีมือถือรุ่นใหม่นะยะ เท่านั้นไม่พอ เรื่องที่คุยต้องเหนือฟ้าเหินหาว แบบไม่มีมษุนย์คนใดเทียบเทียมได้ อืม!! ธุรกิจ(เถาวัลย์)พันล้าน บ้างก็เรื่องหน้าทีการงานที่ใหญ่โตซะไม่มี จนบางคนถึงกับหมันใส้ อยากหยิบโทรศัพท์มาคุยบ้าง แล้วตะโกนดังๆ ว่า ฮาโหล พึ่งกลับว่ะ ไปกินข้าวกิบโทนี่แบร์ แล้วต้องรีบไปตีก๊อฟกับจอร์ด บูซ ก่อนกลับต้องซื้อขนมครก ไปฝากเดวิค แบ็คแฮมอีก เหนื่อยมาก แค่นี้ก่อนนะ ตุ๊ดๆ
.......แบบที่สาม ฉันเกิดมาเพื่อมือถือ อยู่ทางกลางผู้คนทีไร รู้สึกไม่มั่นใจต้องหยิบมือถือมาโทรหาเพื่อน ไม่เว้นแม้แต่บนรถประจำทาง รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน พอตอนถึงจุดหมายแล้วก็บอกเพื่อนว่า ถึงสถานีแล้วแค่นี้ก่อนนะ
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่มันเกิดขึ้นแล้วในสังคมของเรา เราคงจะไม่บอกให้คุณคิดถึงค่าโทรศัพท์ที่ต้องเสียไป เพราะจะมีคำตอบว่า เดียวนี้เขาโปรโมชั่นอย่างถูก ฉันเสียค่าเน็ตเปิดมาอ่านเว็บแก แพงกว่าค่าโทรศัพท์ทั้งชั่วโมงอีก สิ่งที่อยากให้คิดคือ หากเป็นตัวคุณที่ต้องการใช้โทรศัพท์จริงๆ ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าให้อิทธิพลจากคนรอบข้าง มามีผลต่อจิตใจของคุณ จนทำให้คุณต้องใช้โทรศัพท์ ก่อนโทรอย่าลืมนะ คิดก่อน ใครกันแน่ที่โทร

Back


ปฏิทิน




