Tuesday, February 27, 2007, 02:50 PM - แอบอมยิ้ม
....... ช่วงนี้อากาศร้อนมากๆ หลายๆ คน ก็เพี้ยนๆ บ้าๆ บอๆ ความจริงผมเองก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้หรอก ว่าความร้อนจะทำให้คนบ้าได้ จนมาเจอกับตัวเอง เพื่อนผมเองเลย ก็นั่งอยู่ด้วยกัน 2 คน กลาววันแดดเปรี้ยงๆ เลย มันมาหาว่าผมพูดกับมันเฉยเลย ท่าจะบ้าแล้วไอ้นี่ ผมไม่ได้พูดกับมันซักหน่อย ผมพูดคนเดียว พี่น้องว่ามันบ้าใหมล่ะ หาว่าผมพูดกับมันซะงั้น ผมยังบอกกับมันเลย "มึงไปตรวจประสาทได้แล้วนะ กูไม่ได้พูดกับมึงซักหน่อย กูพูดของกูคนเดียว" 




( 3 / 230 )
Tuesday, February 13, 2007, 01:39 PM - แอบอมยิ้ม
แอบอมยิ้มในวันนี้ เราไม่ได้หวังให้คุณ ขำก้าก ฮากลิ้ง ขำข้ามคืน ฮาข้ามตำบล ขอเพียงแค่คุณมีรอยยิ้มบ้าง เท่านั้นก็พอ ดูข่าวเครียดๆ ในสังคมบ้านเรา มันก็เครียดเข้าไปอีก เลยไปนั่งฟังเพลงในเครื่องคอม ก็มีเพลงบางเพลงที่ทำให้คนฆ่าตัวตายอีก ทีนี้เราต้องหาเพลงมาแก้ ว่าแล้ว ก็เจออยู่เพลงหนึ่ง เป็นเพลงที่สามารถ ช่วยชีวิตคนได้ ชื่อว่าเพลง ดาวประดับฟ้า ของ แมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม จินตนาการ ตัวอย่าง
ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะกระโดดตึก แทนที่ตำรวจ จะตะโกนใส่โทรโข่ง ก็เปลี่ยนเป็นเปิดเพลง ดาวประดับฟ้าให้เขาฟังแทน เริ่มแรกเอาท่อนเกริ่นไปก่อนเลย "แค่รออยู่ตรงนั้น จะปืนขึ้นไปหา" เป็นการบอกให้เธอหยุดคิดซักนิด เดี่ยวเจ้าหน้าที่จะขึ้นไป "ไม่ต้องลอยลงมา อยู่บนฟ้านั่นแหละดี" ตรงนี้เนื้อเพลงบอกอย่างชัดเจน ไม่ต้องลอยลงมา อยู่บนฟ้า หรือบนดาดฟ้าตึกนั่นแหละดีแล้ว "เป็นดาวประดับฟ้า รอคนรักจริงคนนี้" ตรงนี้แจ่มเลย บอกเลยว่าเป็นดาวหรือดาราหน้ากล้องอยู่บนดาดฟ้าก่อนนะ รอเจ้าหน้าที่คนนี้ก่อน "ต้องมีซักวัน จะไปให้ถึงที่ตรงนั้น ไปอยู่เคียงข้างเธอ " จับใจความได้ว่า ต้องมีซักวัน ที่จะปืนไปถึงตรงดาดฟ้า ไปอยู่เคียงข้างเธอ ก็แบบว่า เข้าชาร์ตนิดหน่อย อีกทั้งเพลงนี้ พี่แมวของเรา ยังร้องด้วยเสียงตะโกนโหยหวนอีกด้วย เพื่อให้ได้ยินถึงยอดตึก อันนี้พี่แมว จะเคยเป็นหน่วยกู้ชีพมาก่อนหรือป่าว เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ดังนั้น สรุปได้ว่า เพลงนี้ น่าจะบรรจุเข้าใจหน่วยงานราชการ
ปล. ไม่เคยคิดอะไรนานเท่านี้มาก่อนเลย
Monday, November 13, 2006, 09:52 AM - แอบอมยิ้ม
คิดว่าหลายๆ คน น่าจะมีเพื่อน หรือคนรู้จัก ที่มีนิสัยขี้โม้ แบบว่าหลายๆ ครั้งทำให้เราเบื่อไปเลยก็มี เรื่องนี้มีอยู่ว่า ในการนั่งรถไปในสถานที่หนึ่ง โดยเป็นรถส่วนตัว มีผู้หญิงวัย 45 ผู้ชายวัย 60 กับเด็ก 3 ขวบ โดยให้บูเป็นคนขับรถ บูมีนิสัยชอบคุยโม้เป็นประจำ บูน่าจะมีอายุประมาณ 40 ระหว่างการเดินทาง ก็ได้ตกลงกันว่า จะลองขับไปอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งไม่เคยไปมาก่อน เ พราะอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ และอยากรู้ว่าเส้นทางนี้ มันจะเป็นอย่างไร จะไปตัดออกถนนไหน แต่แล้วไม่มีอะไรในโลกนี้ที่บู ไม่รู้จัก ทุกเรื่องอยู่ในโควต้าโม้ของบูตลอด ว่าแล้วบูก็เริ่มแสดงความรู้ตลอดเส้นทาง ตรงโน้นเป็นอย่างโน้น ตรงนี้คือสถานที่นี้ ทั้งๆ ที่บูพูดและชี้มันผิดตลอด จนเวลาผ่านไปมีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้หยุดโม้ และทำให้คนอื่นกลั้นหัวเราะกันใหญ่ คือเจ้าเด็กที่นั่งไปด้วย พูดขึ้นมาว่า ไม่ต้องบอกหรอกหนูรู้จักหมดแหละ ทีนี่หนูเคยมาแล้ว มาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่
Monday, November 13, 2006, 09:43 AM - แอบอมยิ้ม
.......เรานี้เรามีอีกหนึ่งรอยยิ้ม กับความสุข โดยไม่ต้องไปหาที่ไหน เราจะขอแนะนำอีกวิธีหนึ่ง ในวันว่างๆ กับความสุขที่สามารถทำได้ไม่ยาก คุณลองทำอาหารกินเองกับคนรู้ใจบ้างซิ เราขอแนะนำเมนูสุดง่ายอย่างเนื้อง่าย โดยไม่จำเป็นต้องต้องกินกับคนรักเสมอไป อาจจะเป็นเพื่อนสนิท หรือผู้ที่มีเยี่ยมเยียนเราที่บ้าน หรือญาติพี่น้องของเราเองก็ได้ ถ้าหากคุณไม่อยากย่างเนื้ออยู่คนเดียว เพราะบรรยากาศแบบนี้อาจจะเปลี่ยนจากความสุขเป็นความระทมได้ ดังนั้นคุณควรย่างเนื้อที่ละชิ้นไม่ต้องมากนัก ย่างไปกินไป แล้วหาที่กินแถวๆ นั้นนั่นแหละ ทางที่ดีควรตกลงกันไว้ก่อนว่า วันนี้เราจะทำอาหารกินร่วมกัน และอาหารบางอย่าง อาจจะเป็นอาหารที่เรียบง่าย และมีราคาที่แสนถูกแต่ว่าแพงด้วยคุณค่าทางจิตใจ.......แล้วถ้าอยู่คนเดียวล่ะ ในกรณีแบบนี้ สำหรับผู้ที่รอนแรมไปพักอาศัยในที่อื่นๆ หรืออยู่คนเดียว คุณก็สามารถมีความสุขกับอาหารได้ อยู่คนเดียวนั่นแหละดีเลย เราแนะนำว่า คุณลองจัดอาหารให้ครบชุด หรือมีหลายๆ อย่างดูซิ อย่างละไม่ต้องมากนักเพราะเดียวจะกินไม่หมด จัดโต๊ะให้สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการกินอาหาร
.......สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสามารถเก็บเกี่ยวได้จากการอาหาร ไว้คราวหน้าเราจะนำเรื่องอื่นมานำเสนอกันอีก
Saturday, November 11, 2006, 11:23 AM - แอบอมยิ้ม

หาหนังสือดีๆ ซักเล่มมาอ่าน ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้แล้วก็ยังได้ความสุขอีกด้วย ไม่เอาดีกว่า วิธีนี้มันเริ่มโบราณไปแล้ว ยุคนี้ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณน่าจะหาได้ไม่ยาก ลองนัดกับคนรู้ใจของคุณดู หรือเพื่อนสนิทก็ได้ แต่งตัวให้ดูดี อิงกับแฟชั่นนิดหน่อย แล้วออกไปทานข้าวนอกบ้านตอนกลางคืน อาจจะไม่ต้องเป็นร้านที่ขายอาหารเทพ แบบมหาเศรษฐีกิน เอาเป็นร้านข้าวข้างทางธรรมดาก็ได้ โดยที่คุณพยายามนึกเสมอว่า คุณคือผู้ที่สวย ผู้ที่หล่อแล้ว หลงตัวเองให้เต็มที่เลย ให้คิดซะว่าการออกมาทานข้าวครั้งนี้ ช่างสวยงามเหลือเกิน เหมือนโรมีโอกับจูเลียตเลย และที่สำคัญ ก่อนกลับอย่าลืมซื้อของฝากให้เขานะ เป็นดอกไม้ หรือขนม หรือของฝากอะไรก็ได้ แน่นอน คุณจะบอกว่า ไม่เอาล่ะเดี๊ยนอาย เดี๊ยนไม่เคยทำมาก่อน ลองทำดูซิไม่ต้องอายแล้วเมื่อคุณกลับมาบ้าน คุณจะมานอนกอดหมอนแล้วแอบอมยิ้มตลอด เมื่อคิดถึงเรื่องที่ออกไปทานข้าวมา โดยเฉพาะยิ่งตอนที่คุณให้ดอกไม้กับเขานั่นแหละ ความอายนิดๆ ก็ช่วยให้คุณมีความสุขได้
Saturday, November 11, 2006, 11:20 AM - แอบอมยิ้ม
เป็นเรื่องเล่าที่น่าจะสร้างรอยยิ้ม และน่าจะทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายรู้จักคำว่า ระมัดระวัง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง แต่คำว่า "ท่าน" เป็นคำสมมุติขึ้น เพื่อใช้แทนบุคคลในเรื่องนี้ เรื่องมีอยู่ว่า ณ. บ้านท่าน ท่านเป็นคนมีตำแหน่งพอสมควร ก็ได้มีการจัดการประชุมกันขึ้น เจ้าหน้าที่หลายๆ คนก็ไปประชุมกันที่บ้านท่าน ซึ่งการประชุมก็ดำเนินไปด้วยดี จนเมียท่านกับลูกสาวออกมานั่งฟังด้วย แต่นั่งกันอยู่คนละโต๊ะ แต่ก็อยู่ในตำแหน่งที่สมาชิกในที่ประชุมเกือบทุกคนสามารถมองเห็นได้ ซึ่งตัวท่านเองก็สามารถมองเห็นเมียท่านได้ ทีนี้เมียของท่านนี่แหละบังเอิญหรือตั้งใจก็ไม่รู้ ดันนุ่งกระโปงสั้นแถมไม่ได้กางเกงในด้วย ไม่ต้องคิดเลย งานนี้แทบจะเห็นกันหมดทุกคนที่ไปประชุมเลย ตัวท่านเองก็อึดอัด พยายามทำหน้าตาบอกใบ้เป็นนัยๆ ก็แล้ว คุณเมียก็ยังนั่งท่าเดิมไม่ยอมเปลี่ยนซักที สุดท้ายวิธีการแก้ปัญหาของท่านคือ ท่านบอกว่า เอ้า ทุกคนในที่ประชุมนี้ลุกขึ้นยืนตรง ร้องเพลงมาช ในที่ประชุมก็งง ท่านก็กล่าวย้ำ พร้อมกับย้ำว่าทุกๆ คนเลยนะ เมียของท่านได้ถามขึ้นว่า ฉันด้วยหรือป่าวจ๊ะพี่ ท่านก็ตอบไปว่า มึงนั่นแหละที่ต้องยืนอีนังตัวดี
ปล. น่าเสียดายที่เราไม่มีภาพประกอบ
Thursday, November 9, 2006, 01:18 PM - แอบอมยิ้ม
วันก่อน นั่งเช็ค email ดู พบว่ามีเมลหนึ่ง ส่งมา มีเนื้อความดังนี้"นุร เองนะ แวะเข้ามาทักทายนะ เห็นว่าเพิ่งทำเว็บใหม่ ยินดีด้วยนะคะ แจ่มจริง ๆ คะ เว็บนี้ กิ๊บ ๆ ดี คะ หาเรื่องดี ๆ มาให้อ่านตลอดนะ.................ตั้งใจละ.......จะเป็นกำลังใจให้ในการคริเอทความคิดดี ๆ ที่จะนำมานำเสนอบนเว็บต่อไปคะ...สู้ ๆ......นุรคนนึงละที่...จะเป็นกำลังใจให้...อ้อ อย่าง งาม ๆ ด้วยนะ อิอิอิ............จงรังสรรค์สิ่งดี ๆ ต่อไปนะคะ"
.......มาเข้าเรื่องดีกว่า สำหรับเธอคนนี้ เราได้รู้จักเป็นการส่วนตัว เธอเป็นคนที่มีความสุขในชีวิตอยู่ตลอดเวลา เธอนั่งยิ้มได้ทั้งวันแบบไม่หยุด เธอหาเรื่องคุยโทรศัพท์ได้แบบไม่ซ้ำกัน โดยอัตราความถี่ของแต่ละคำที่เธอพูดมีความเร็วถึง 1.2356 m/s (มิลลิเซ็ก) เศษเสี้ยวของวินาที เธอพูดด้วยความเร็วแสง และเธอยังมีวีรกรรมอีกมากมาย ที่สำคัญเธอรักเด็ก เธอทำทุกอย่างที่คุณแม่ขอร้อง เราจึงเกิดความคิดว่า ทำอย่างไรทุกๆ คน ถึงจะมีความสุขได้แบบนี้บ้าง จึงขอหยิบยกเรื่องราวบางส่วน ที่น่าจะสร้างความสุขเล็กๆ น้อย ให้กับคุณๆ ทั้งหลายได้ ภายใต้หัวข้อ แอบอมยิ้ม
.......ถ่ายรูป ใช่สมัยนี้ใครเขาก็มีกล้องดิจิทัลกันทั้งนั้น เอาออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และหาความสุขจากมันได้อย่างไม่ยาก สำหรับความสุขในแบบมาตรฐานนั้น เป็นการถ่ายรูปบุคคลที่เราชอบ หรือแอบปลื้ม นอกจากนี้สังเกตบนกล้องดู เห็นสัญลักษณ์รูปดอกไม้หรือป่าว นั่นแหละบรรจงกดไปเลย เพื่อเปิดโหมดมาโคร ใช้สำหรับการถ่ายภาพในระยะใกล้ แล้วเอาเอาไปถ่ายดอกไม้ใบหญ้าดู แล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวนั้นมันเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ และสำหรับท่านที่อยากลองความสุขในแบบเอ็กตรีมดู ให้คุณลองถ่ายภาพเพื่อนๆ ของคุณที่กำลังวิ่ง หรือกำลังกระโดดดู ยิ่งตอนเขาเล่นกีฬาอยู่ด้วยยิ่งดี แล้วคุณจะได้เห็นโฉมหน้าอีกแบบของเพื่อนคุณ ในแบบที่เปิดมาดูเมื่อไรก็อดขำไม่ได้ จริงๆ แล้วเรามีภาพตัวอย่างขำๆ ในแบบที่ว่านี้อยู่มาก แต่ไม่สามารถเอามานำเสนอให้ดูได้ และอีกวิธี คือโหมดตั้งเวลา คิกๆ ฉันนี่แหละคิมซังซุน ตั้งเวลาเสร็จ แล้ววิ่งไปแอ็คให้เต็มที่เลย ไม่มีใครเห็น สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นความสุขที่เราสามารถหาได้จากสิ่งของรอบข้างของเรา สำหรับคนที่ไม่มีกล้องก็ไม่ต้องบ้าตามนะ ไม่ใช่ว่าอ่านเสร็จวิ่งไปซื้อกล้องมาซะงั้น เพราะคราวหน้าเรายังมีวิธีหาความสุขอื่นๆ มาฝากกันอีก เอ้า หนึ่ง สอง .. เช๊ะ บะบาย...


ปฏิทิน



